Categories

ก่อนที่น้องๆจะอ่านบทความตอนนี้ อยากให้น้องๆกลับไปอ่านบทความ เทคนิค GAT อังกฤษ ตอนที่ 1: เปิดโปงตัวตัดแต้ม เพื่อจะได้มั่นใจว่า เรื่องที่พี่จะอธิบายต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่แรงจริงอะไรจริง

 

แล้วก็จะได้เตือนใจว่า แต่ละครั้งที่น้องๆคิดจะคลิกหนีจากบทความนี้ไป น้องๆกำลังวิ่งหนีคะแนนอยู่ นี่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่คำขู่

 

พี่บุ๋มรู้ดี เข้าใจดีว่า เรื่อง relative clause เนี่ยเป็นเรื่องที่ยากมากๆเรื่องหนึ่งในบรรดาหัวข้อ grammar ทั้งหมด แต่ข้อสอบภาษาอังกฤษในระดับ GAT มักจะเอาบทความที่มีโครงสร้างประโยคแบบนี้ซ่อนอยู่มาทดสอบน้องๆ เราจึงจำเป็นต้องรู้จักกับมัน

 

พี่บุ๋มพยายามไปนั่งคิด นอนคิด ตีลังกาคิดมาแล้ว เพื่อที่จะหาวิธีช่วยน้องๆที่มีพื้นฐานเรื่องนี้น้อยให้เข้าใจภายในระยะเวลาไม่ถึง 2อาทิตย์ เพราะฉะนั้น บทความต่อไปนี้ไม่ใช่บทความที่สมบูรณ์แบบของเรื่อง relative clause แต่เป็นตำราติวก่อนสอบฉบับรวบรัดมากกว่า

 

เอาล่ะค่ะ พี่จะเริ่มอย่างนี้นะ

 

ในภาษาไทย เราคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า

 

คุณชอบเสื้อที่ผมซื้อให้ไหมครับ

 

ฉันเป็นแค่คนคนหนึ่งซึ่งจะพยายามช่วยน้องๆเพิ่มคะแนน GAT อังกฤษ

 

การสอบเข้าให้ได้คณะในฝันเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งของนักเรียน

 

คำที่พี่ใช้สีแดง เราเรียกว่า ประพันธสรรพนาม (แอบสอนภาษาไทย อิอิ)

 

ส่วนประโยคสีเขียวที่ตามหลังมาทั้งหมด เราเรียกว่า อนุประโยค ซึ่งทำหน้าที่มาขยายคำนามที่อยู่หน้ามัน เช่น ผมซื้อให้ เป็นอนุประโยคเพื่อมาขยายว่า เสื้อตัวไหน ก็คือ อ๋อ เสื้อตัวที่ผมซื้อให้นี่ไง

 

ในภาษาไทยมันเป็นเรื่องหมูๆ อ่านปุ๊บก็เข้าใจปั๊บ ไม่ต้องรู้จักคำว่า ประพันธสรรพนาม ไม่ต้องรู้จักคำว่า อนุประโยค ก็เข้าใจได้

 

แต่ในภาษาอังกฤษ มันไม่ใช่อย่างนั้น มันยุ่งยากซับซ้อน แต่เอาให้เข้าใจง่ายๆก็คือ relative clause เป็นอนุประโยคที่มาขยายส่วนที่อยู่ข้างหน้า ซึ่งอาจจะเป็นคำนามหรือเป็นประโยคก็ยังได้

 

อย่าเพิ่งงงนะคะ

 

เอาล่ะ คำว่า ที่ ซึ่ง อัน ในภาษาอังกฤษที่น้องๆควรรู้จัก มีทั้งหมด 8ตัว ได้แก่ where, when, why, whose, who, whom, which, that

 

อย่าเพิ่งคลิกหนีนะคะ พี่บุ๋มจะอธิบายให้ฟังทีละตัว

 


ตัวแรก where

 

อันนี้ง่ายๆ ใช้ตามหลังสถานที่ เช่น

 

I will show you the hotel where my parents held their wedding.

 

แปลว่า ฉันจะชี้ให้เธอดูโรงแรมที่พ่อแม่ฉันจัดงานแต่งงาน

 

ไม่ยากใช่มั้ยคะ เราไปดูตัวที่สองกันเลย

 


ตัวที่สอง when

 

อันนี้ก็ไม่ยาก ใช้ขยายเกี่ยวกับเรื่องของเวลา เช่น

 

Do you remember the day when we first met?

 

แปลว่า คุณจำวันที่เราพบกันครั้งแรกได้ไหม

 

บางครั้งเค้าก็ละคำว่า when ไป ประโยคข้างบนนี้ก็จะกลายเป็น

 

Do you remember the day we first met?

 

ประโยคนี้ ถ้าถามผู้หญิง เราก็คงจะได้คำตอบ แต่ถ้าถามผู้ชาย .................

 

 


ไปตัวที่สามเลยค่ะ why

 

ตัวนี้มักจะตามหลังคำว่า the reason, the explanation เช่น

 

I didn’t know the reason why Nick came.

 

แปลว่า ฉันไม่รู้เหตุผลที่นิคมา

 

บางครั้งเค้าก็ละคำว่า why ไป ประโยคข้างบนนี้ก็จะกลายเป็น

 

I didn’t know the reason Nick came.

 

 

อ่านต่อทั้งหมดได้ที่   http://www.unigang.com/Article/6143

Comment

Comment:

Tweet

เข้าใจขึ้นเยอะเลยคะbig smile big smile big smile

#3 By Koy (182.232.143.46) on 2011-10-20 13:17

ดีมากค่ะ แตทำยังไงถึงจะเข้าใจมากว่านี้คะbig smile

#2 By keekie (118.175.148.53) on 2011-09-20 10:28

พี่ค่ะขออีเมลล์หน่อยได้ไหมค่ะเพื่อมีอะไรอยากจะปรึกษาหน่อยค่ะ

#1 By ying (125.25.190.243) on 2011-07-02 15:57